รัฐบาลมอสโกร่วมออกแถลงการณ์กับสหรัฐและฝรั่งเศส เดินหน้าเรียกร้องอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน ยุติการสู้รบในพื้นที่พิพาทบนเทือกเขาคอเคซัส ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สนทนาเรื่องนี้โดยตรงอีกครั้งกับผู้นำอาร์เมเนีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ว่ารัฐบาลสหรัฐ รัสเซีย และฝรั่งเศส ในฐานะประธานร่วมของ “กลุ่มมินสก์” ที่ก่อตั้งตามมติขององค์การความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป ( โอเอสซีอี ) เมื่อปี 2535 เพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์ระหว่างอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ เรียกร้องทั้งสองประเทศ “ยุติการสู้รบทันที” ในเขตนากอร์โน-คาราบัค ทางตอนใต้ของเทือกเขาคอเคซัส แล้วกลับมาเจรจากัน โดยเป็นการเรียกร้องครั้งที่ 2 ภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์
 
ทั้งนี้ การสู้รบครั้งล่าสุดระหว่างทั้งสองประเทศยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันว่า “ใช้ความรุนแรงก่อน”  ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น “มากกว่า 200 คน” ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก และสมรภูมิเริ่มลุกลามออกจากเขตนากอร์โน-คาราบัค สู่เมืองใหญ่บางแห่งทั้งของอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน
 
ขณะที่ประธานาธิบดีอิลฮาม อาลีเยฟ ยังคงย้ำ “เงื่อนไขเดียวเท่านั้น” ของอาเซอร์ไบจาน คือการที่กองทัพอาร์เมเนียและกองกำลังติดอาวุธที่อีกฝ่ายสนับสนุน ต้องถอนกำลังทั้งหมดออกจากพื้นที่พิพาท พร้อมทั้งยืนยันว่ากองทัพอาเซอร์ไบจานยึดครองหมู่บ้านอย่างน้อย 7 แห่งที่อยู่รอบนอกเขตนากอร์โน-คาราบัค

ด้านประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ยืนยันตุรกีจะสนับสนุนอาเซอร์ไบจาน “จนกว่าจะได้รับชัยชนะ” และประณามประชาคมโลก โดยเฉพาะกลุ่มมินสก์ “เจตนาเพิกเฉย” ต่อสถานการณ์ที่นี่ตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา

ส่วนทำเนียบเครมลินออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีนิโคล ปาชินเนียน ผู้นำอาร์เมเนีย โดยผู้นำรัสเซียต้องการให้การสู้รบครั้งนี้ “ยุติทันที” และมีรายงานว่ากองกำลังติดอาวุธในเขตนากอร์โน-คาราบัค ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากอาร์เมเนีย ถอนกำลังพลบางส่วนจากแดนหน้า “ด้วยเหตุผลทางเทคนิค” โดยไม่มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่สถานการณ์ในภาพรวมยังคงรุนแรง ทั้งอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานยิงปืนใหญ่โจมตีข้ามเขตแดนกันอย่างดุเดือด